Home / วัดป่าเลไลย์

วัดป่าเลไลย์

วัดป่าเลไลย์
บ้านหนองพอก ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

1. จิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์ ประเด็นจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์เป็นจิตรกรรมพื้นบ้านที่สะท้อนวิถีคิดเกี่ยวกับ“ โลก” ของผู้คนไทยลาวในสังคมลุ่มน้ำโขงจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าวสะท้อนประวัติศาสตร์ความคิดและประวัติศาสตร์สังคมของคนอีสานในอดีตผ่านวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องพระลักพระรามแสดงให้เห็นรูปแบบการปกครองแบบอาญาสี่โครงสร้างสังคมอีสานเน้นสายสัมพันธ์ทางความคิดของคนลาวอีสานที่มีต่อโลกมนุษย์โลกสวรรค์และโลกบาดาลจิตรกรรมฝาผนังจึงทำให้เข้าใจความคิดของคนลาวอีสานที่มีต่อการมองโลกอย่างมีความสัมพันธ์กับชีวิตบนผิวโลกเหนือโลกและใต้พิภพที่ถูกนำมาแสดงให้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในวรรณกรรมลาวอีสานเรื่องพระลักพระรามที่มีการบรรจุอุดมการณ์ทางพุทธศาสนาไว้อย่างแยบคาย

2. ชุมชนบ้านหนองพอกและวัดป่าเลไลย์ ชุมชนบ้านหนองพอกเป็นชุมชนลาวอีสานอยู่ในเขตตำบลดงบังร่วมกับชุมชนบ้านดงบังซึ่งทั้งสองชุมชนมีวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังเมื่อผนวกรวมกันแล้วจึงกลายเป็นกลุ่มชุมชนที่มีนัยสำคัญต่อการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านจิตรกรรมฝาผนังเป็นอย่างยิ่งบ้านหนองพอกว่ามีความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ชุมชนบ้านหนองพอกเป็นชุมชนที่เกิดจากการ“ แตกบ้าน” หรือทิ้งบ้านเดิมของชาวบ้านหมู่บ้านกระฮอกที่อยู่ในเขตป่าเหนือหมู่บ้านปัจจุบันไปอีกเล็กน้อยซึ่งมีบ้านเรือนประมาณ 20 ครัวเรือนกาลครั้งนั้นได้เกิดไฟป่าหน้าแล้งและลมพัดไฟลามไหม้บ้านเรือนเล้าข้าวซึ่งล้วนทำด้วยไม้วอดวายทั้งหมู่บ้านชาวบ้านกระออกเห็นว่าเป็นพื้นที่ไม่เป็นมงคลจึงอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่รอบหนองน้ำธรรมชาติที่มีต้นพอกต้นไม้ขนาดใหญ่กระจายรอบหนองน้ำหนาแน่นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเดิมนักและเรียกชุมชนบนพื้นที่ใหม่ของตนว่า“ บ้านหนองพอกจากนั้นจึงร่วมกันสร้างวัดประจำหมู่บ้านเรียกชื่อว่าวัดหนองพอกครั้นเมื่อสร้างอุโบสถเป็นอุโบสถก่อผนังทึบและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ. ศ. 2460 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมกับเปลี่ยนชื่อวัดบ้านหนองพอกเป็นเป็นวัดป่าเลไลย์โอกาสดังกล่าวได้ว่าจ้างช่างจารย์สิงห์วงศ์วาดมาเขียนภาพฝาผนัง ด้วยเหตุที่ชุมชนบ้านหนอกพอกอยู่ใกล้กับชุมชนบ้านดงบังจึงมีความสัมพันธ์กันทุกด้านโดยเฉพาะด้านพุทธศาสนาที่ได้สร้างให้ชุมชนทั้งสองมีความผูกพันเสมือนเป็นชุมชนเดียวกันได้ใช้วัดและหอไตรกลางน้ำร่วมกันกรณีการสร้างอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนังจากช่างจารย์สิงห์วงศ์วาดก็ได้เห็นแบบอย่างร่วมกันนอกจากนี้ชุมชนบ้านหนองพอกกับชุมชนบ้านดงบังยังติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนอื่น ๆ ในเขตอีสานตอนกลางซึ่งชุมชนเหล่านี้มีเส้นทางโบราณเชื่อมโยงหากันผ่านกิจกรรมทางศาสนาที่แต่ละชุมชนได้มาบอกข่าวงานบุญระหว่างกันเช่นบุญพระเวสส์บุญบั้งไฟที่ส่งผลให้พระสงฆ์และชาวบ้านรวมตัวกันไปร่วมงานประเพณีกลายเป็นความสัมพันธ์เชิงเครือข่ายระหว่างชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันด้วยเหตุแห่งความสัมพันธ์ชุดนี้น่าจะส่งผลสำคัญต่อการแพร่กระจายของรูปแบบอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนังที่มีความหนาแน่นที่สุดในภาคอีสานตอนกลางด้านตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ

3. อุโบสถในฐานะพื้นที่รองรับจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์ อุโบสถวัดป่าเลไลย์เป็นใบสถ์ก่อผนังทึบหรือ“ สิมทีบ” แบบท้องถิ่นอีสานสร้างเมื่อพ. ศ. 2454 เสร็จพ. ศ. 2460 โดยพระครูจันทรศรีรัตนคุณเจ้าอาวาสรูปแรกเป็นประธานฝ่ายสงฆ์นาซาวบานสวางใช้เวลาก่อสร้างกว่า 6 ปีเป็นโบสถ์ขนาดเล็กมีผังกว้าง 4.40 เมตรยาว 5.65 เมตรมี 3 ห้องเสาสร้างตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตกประตูโบสถ์ 1 ช่องและบันไดขึ้น-สูงด้านทิศตะวันออกราวบันไดทำเป็นรูปนาคอย่างง่ายอาคารโบสถ์ตั้งบนฐานปัทม์ขนาดต่ำระเบียงมีเสาไม้รองรับขายคาปีกนกผนังด้านข้างเจาะผนังเป็นช่องหน้าต่างแคบด้านละสองบานพอได้เปิดแสงและอากาศเข้าไปในอุโบสถหลังคาชั้นเดียวมีปีกนกยืนต่อออกมาจากหลังศาส่วนบนกางแผ่คลุมผนังโดยรอบอโบสถทำหน้าที่ป้องกันแตนฝนให้กับภาพเขียนและประโยชน์ใช้สอยโดยรอบอาคารโครงสร้างเสา-เครื่องบนทำด้วยไม้เนื้อแข็งหลังคาทรงจั่วมีตับหลังคาปีกนกลาดลง 1 ชั้นปีกนกแผ่กว้างและลดลงต่ำเพื่อป้องกันแดดฝนให้กับจิตรกรรมฝาผนังส่วนหลังคาในอดีตมุงด้วยแป้นเกรีดและได้เปลี่ยนมาใช้สังกะสีในระยะต่อมาขณะที่ตัวใหงนาคป้านลมและหางหงส์ยังเป็นไม้ชุดเดิมปัจจุบันอุโบสถวัดป่าเลไลย์ยังถูกใช้ทำหน้าที่รองรับการทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์และพิธีกรรมทางศาสนาชาวบ้านอาทิการบวชการเวียนเทียนทำให้จิตรกรรมฝาผนังดังกล่าวก็ได้ถูกสัมผัสจับจ้องจากพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนท้องถิ่นที่มีโอกาสใช้โบสถ์ดังกล่าวโดยที่ทางวัดและชุมชนยังไม่ได้สร้างโบสถ์หลังใหม่มาเคียงคู่และผลักให้โบสถ์หลังเติมกลายเป็น“ วิหาร” เหมือนกับที่ปรากฏในหลาย ๆ วัตของภาคอีสานนอกจากคนในชุมชนพื้นถิ่นที่เข้าไปมีความสัมพันธ์กับโบสถ์ดังกล่าวแล้วในระยะหลังได้มีผู้คนและองค์กรนอกชุมชนที่เข้าไปมีความสัมพันธ์กับจิตรกรรมฝาผนังซึ่งสัมพันธ์กับโบสถ์ในฐานะพื้นที่รองรับจิตรกรรมด้วยโบสถ์โบราณจึงเป็นพื้นที่ติดป้ายของกรมศิลปากรที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติและประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 110 ตอนที่ 217 วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ป้ายได้อธิบายประวัติโบสถ์ที่สัมพันธ์กับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

4. จิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์ ลักษณะเด่นของจิตรกรรมวัดป่าเลไลย์คือเขียนภาพขนาดใหญ่จัดภาพแบบโปร่งดูง่ายสามารถยืนชมในระยะห่างได้ชัดโดยเฉพาะภาพพระลักพระรามซึ่งถูกเลือกนำเสนอเฉพาะตอนที่สำคัญในมุมมองของชาวบ้านอีสานอย่างไรก็ตามภาพโดยรวมทั้งหมดที่อยู่ในหลักการจัดภาพที่มีความมีอิสระเสรีมิได้เคร่งครัดในการจัดเรียงลำดับขั้นตอนของภาพทั้งนี้คนชมภาพจะต้องเข้าใจเนื้อเรื่องมาก่อนและรูปแบบภาพเขียนจึงทำหน้าที่เสริมอรรถรสของเรื่องที่ถูกเล่าขานถ่ายทอดเชิงจินตนาการต่อเนื่องภายในท้องถิ่นในฐานะมหรสพชมขนที่สอดแทรกคติธรรมจำแนกอธิบายดังนี้

5. ช่างเขียน ช่างเขียนภาพจิตรกรรมโบสถ์วัดป่าเลไลย์เป็นช่างเขียนท่านเดียวกับวัดโพธารามคือจารย์สงวงๆวาดท่านเป็นคนลาวอีสานชาวบ้านคลองจอบตำบลปะหลานอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยจังหวัดมหาสารคามซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชุมชนบ้านหนองพอกและบ้านดงบังโดยปกติจารย์สิงห์วงศ์วาดเป็นช่างผู้มีฝีมือในการวาดภาพผ้าพระเวสส์ดังนั้นเมื่อพิจารณาในมิติสังคมวัฒนธรรมแล้วจารย์สิงห์วงศ์วาดถือว่าเป็นช่างพื้นบ้านที่เป็นบุคคลในระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนที่จัดว่าอยู่ในเขตสังคมวัฒนธรรมชุดเดียวกันกับชาวบ้านหนองพอกและหมู่บ้านอื่น ๆ ในชุมชนแถบนี้อย่างไรก็ตามกระบวนการสร้างสรรค์การกำหนดเนื้อหาน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้ข้อเสนอแนะของเจ้าอาวาสและผู้อาวุโสในท้องถิ่นซึ่งล้วนเป็นบุคคลในสังคมวัฒนธรรมลาวอีสานจิตรกรรมฝาผนังชุดนี้ถือว่าเป็นภาพแทนที่สะท้อนสังคมวัฒนธรรมชาวบ้านหนองพอกและชุมชนลาวอีสานตอนกลางได้อีกชุดหนึ่ง

6. ลักษณะรูปแบบจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์วัดป่าเลไลย์ ลักษณะรูปแบบจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลย์เป็นแบบพื้นบ้านอีสานเป้าหมายเพื่อการนำเสนอเรื่องราวมีความโดดเด่นในด้านการจัดภาพแต่ละส่วนที่มีองค์ประกอบสวยงามภาพมีขนาดใหญ่ง่ายต่อการดูและทำความเข้าใจภาพอาทิภาพตอนพระพุทธเจ้าอยู่ส่วนบนด้านซ้ายและขวาของพระองค์คือภาพพระยามารด้านซ้ายนางธรณีบีบมวยผมหลั่งน้ำท่ามกลางกลุ่มพญามาร ถัดมาเป็นภาพพระพุทธเจ้าออกบิณฑบาตนับเป็นภาพที่มีความงดงามทั้งทางศิลปกรรมและการสื่อสารเชิงเนื้อหา ด้านรูปแบนย่างเขียนคลุมพื้นที่ภาพด้วยสีวรรณะเย็น ได้แก่ ศรามน้ำเงินเขียวและมีกลุ่มสีวรรณะร้อนมาสอดแทรกในบางส่วนเช่นสีน้ำตาลแดงน้ำตาลดำทั้งนี้ช่างไม่คำนึงถึงสีที่ถูกต้องของสีกับความเป็นจริงตามสภาวะที่ปรากฏในโลกภายนอกที่รับรู้เช่นข้างตัวสีน้ำเงินฟ้าเสื้อผ้าคนสีเขียวอ่อนกำหนดภาพรวมของสีด้วยสีน้ำเงินแสดงให้เห็นว่าสีน้ำเงินในระยะนั้นเป็นสีหลักที่สามารถหาได้ง่ายกว่าทุกๆสี


Temple Palais Syl
Ban Phok District Dong Bang Na Dun District, Maha Sarakham
1. murals measuring Palais Syl. The mural measures Palais Syl is a folk painting that reflects a way of thinking about the “world” of Thailand, Laos, in the Mekong murals reflect the history of ideas and social history of the East in the past through local literature. Lord Rama’s kidnapping showed a pattern of criminal parents, four social structure on East line of thought of Lao Isan. The human world, heaven and earth ground murals thus understand the mentality of the people of Laos east toward a world that is associated with life on Earth’s surface above the earth and under the earth, which were shown to interact. in Laos, East literature about the kidnap Rama packed with Buddhist ideals such interrogation techniques.

Ban Phok and measure the Palais Syl. Ban Phok is a community in the district of East Lao Dong Bang Ban Dong Bang with which the community is measured with a mural when combined together, they become a significant community education classes. knowledge of local history through murals are extremely Ban Phok that it is from the early Rattanakosin Ban Phok community was caused by “a frenzy. “Or leave the original home of village action Hawks in the woods above the village is a little longer, which houses about 20 households once it fires drought and wind burn, burning houses and declare that all. wooden house burnt down the village to be seen as inauspicious areas migrated and settled around the pond with the natural shape of the tree. Users scattered around the dense swamps, not far from the old village and the community on new areas of their own. ” 2460 in the reign of King Rama VI and renamed Wat Ban Phok is a measure Palais Syl opportunities such as hiring Chan Sing Wong drawn to painting murals. Because of the community for the mask near Ban Dong Bang, so the relationship between all sides, especially the harmonies to create communities both have a commitment as a community of the same measure, and triple the water together. when building a temple and a mural painted by photographer Chan Sing Wong saw this model together with Ban Phok Ban Dong Bang also contact the association. Other communities In East Central, where these communities are ancient route linking together through religious communities have told favors well as the merit of the West’s rocket that caused the monks and locals as well. the tradition to attend a networking relationship between the community since the past until today because of this relationship will contribute significantly to the spread of the process. The temple and a mural with the highest density in the east central and western significantly.

3. Supports the temple as the temple murals Palais Syl. Chapel Palais Syl is a mansion or a solid wall, “Sim at the” local on the east building. Prof. completed in May 2454. Prof. Provost in 2460 by Sri Rattana your pastor Monday as the first president of the chapter house, putting NASA spent more than six years, is a small church with a 4.40 m long and 5 wide layout. 65 m with a 3-pole built along the east – west door of the church, 1 channel and a ladder – high on the east railing made of snake simple church building located on the base, facet lower terrace with wooden poles for sale at wing wall. the walls are pierced by narrow windows on each side, two doors open enough light and air into the chapel roof single storey wings to stand out from the behind the dignitaries on the wall, spread out spread by waiting. The church serves as protection for the paintings and rain steel utility poles around the building structure – the machine is made of solid wood roof with wings sloped roof liver 1. Class wings spread wide and low, to prevent sun, rain with frescoes of the roof on the roof with a key package board and switched to zinc at a later stage as the cause of Naga gable and Haghgss is also not original. the current temple Palais Syl has been served with a consortium of monks and religious people, including clerics candle lit mural makes the hunt. Was exposed fixed by the monks and Buddhists local opportunities for churches such as the temple and the community has not created a new church came alongside and pushed to the church after filling into a “sanctuary” as they appear in. more The objective of the Northeast people in the local community into a relationship with the church, and then the latter has the people and organizations outside the community into a relationship with a mural, which was associated with the church in the area. Supports painting with ancient churches is a sign of the Fine Arts Department has registered as a national historic site and published in the Government Gazette Vol 110 Part 2. 17 December 22, 2536 was a sign explaining the history of the Church in relation to the registration of the monument.

4. murals measuring Palais Syl. Features painting measuring Palais Syl is painting a big shot and transparent easy to stand in the distance clearly, especially for the kidnap Rama, which were present only when significant in view of the locals. East, however, the overall picture of all the principles of freedom that are not strictly in the order of the steps people need to understand, watch the story. Users and their style paintings such as extra cleaning of the story is retold relay imaginative continued as local theater audiences hair fielded epitomizes seamless described below.

5. painter painter painting churches, temples Palais Syl is an artist, you just measure Potharam is Ecclesiastes, Song zonal draw you into Lao Isan villagers canal spade district Palan Phayakkhaphum Phisai District, Maha Sarakham Province, not far from. Ban Phok and Ban Dong Bang Chan Sing Wong, usually depicted as a skilled technician in the drawing boards of the West’s so-dimensional, considering the social, cultural and music professor. Singh Wong draw is considered a folk artisans as individuals in the local community in which it is in society the same as locals Phok and other villages in this region, however, the creative process to determine the content likely to be involved. on the recommendation of the pastor and elders, who are all local people in social, cultural, Laos, East Painting Department. This wall is a place of reflection, social, cultural and community residents Phok, Laos, East Central another.

6. style mural church, Palais Syl. Style mural measuring Palais Syl a traditional East aimed at presenting stories are distinguished in the images, each of which contains beautiful images with a large, easy to see and understand the images, such as photographs. Buddha at the top left and right of his picture Mara left her bun Earth squeezed juice secreted amongst the devil. Next is a picture of a Buddha’s alms is spectacular, both the fine arts and communications content. The flattened grilled writer covering the image area with a color caste evening include Prof. Ram, blue, green and a color caste hot intervened in certain sectors, such as brown, red, brown and black, the technician, regardless of the correct color of paint to reality. conditions in the outside world as perceived by the blue sky, the green light clothing given an overview of the color blue in blue to show that it is. None that I can find it easier to paint.

ภาพวัดป่าเลไลย์

« 1 ของ 2 »